#เดย์ไทม์นิวส์ออนไลน์ อยุธยา – องคมนตรี เป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 1 ล้านตัว ภายใต้โครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 39.5 ล้านตัว ใน 77 จังหวัด เพื่อถวายพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

#เดย์ไทม์นิวส์ออนไลน์

อยุธยา – องคมนตรี เป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 1 ล้านตัว ภายใต้โครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 39.5 ล้านตัว ใน 77 จังหวัด เพื่อถวายพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


วันที่ 14 สิงหาคม 2563 ณ ท่าชัยยุทธ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะให้การต้อนรับ นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 1 ล้านตัว เพื่อถวายพระราชกุศลฯ โดยมี นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมพิธีในครั้งนี้ โดยความร่วมมือของ กรมประมง ร่วมกับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดพิธีภายใต้โครงการ “ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 39.5 ล้านตัว ใน 77 จังหวัด เพื่อถวายพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี กล่าวว่า ด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสนพระทัยในเรื่องสัตว์น้ำและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของประมง ทรงสนพระทัย ทั้งพันธุ์ปลาและพันธุ์กุ้ง เนื่องจากเหตุการณ์ช่วงนั้นกุ้งก้ามกรามได้หมดไปจากแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ประชาชนไม่สามารถจับกุ้งจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ และอาจส่งผลให้กุ้งก้ามกรามหายไปจากประเทศไทย ช่วงนั้นขาดแคลนสัตว์น้ำหลายๆชนิดที่เริ่มจะสูญพันธุ์ เมื่อก่อนกุ้งก้ามกรามเป็นสัตว์ที่อยู่ในทะเล เมื่อแม่น้ำไทยเราอุดมสมบูรณ์มาก กุ้งจึงปรับตัวให้เข้ากับน้ำจืดและเจริญงอกงามเป็นพันธุ์กุ้งที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งในโลกเราจะไม่ค่อยมีกุ้งแม่น้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ และเป็นอาหารที่สำคัญของชาวไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โปรดทรวงเสวย ท่านทรงเสด็จทางเรือพบกับชาวประมง ทรงถามถึงสาเหตุที่สูญพันธุ์ ชาวประมงจึงกราบบังคมทูลว่า กุ้งก้ามกรามเป็นสัตว์ 2 น้ำ ตัวเต็มวัยแล้วจะมาอาศัยอยู่ในน้ำจืด แต่ยังต้องไปไข่อยู่ในน้ำกร่อย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความเค็มสูง ลูกที่ฟักออกมาต้องอยู่ในน้ำกร่อย มิเช่นนั้นจะตาย ช่วงนั้นกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำเจ้าพระยาสูญพันธุ์ไปหลายปี พระองค์ทรงรับสั่งให้กรมประมงเพาะพันธุ์ขึ้นมาแทนที่กุ้งก้ามกรามตอนนั้นได้สำเร็จ ตอนนั้นกรมประมงมุ่งเรื่องของการค้า นำเงินเข้าหลวงเพื่อไปเลี้ยงในฟาร์มต่างๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงการปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ กุ้งเลี้ยงตามบ่อ ไม่สามารถเลี้ยงได้โตมากและใช้เวลานาน พระองค์ทรงมีพระดำริว่ากรมประมงควรเอากุ้งที่เพาะพันธุ์ได้ไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติให้ธรรมชาติเลี้ยง เราไม่ต้องเสียเงินในการทำอาหารกุ้ง ซึ่งกุ้งจะใช้เวลาเจริญเติบโตใน 1 ปี

เพราะฉะนั้นกุ้งที่ชาวประมงจับได้จากแม่น้ำเท่ากับได้กุ้งฟรี และสามารถนำไปขายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว หรือใช้เป็นอาชีพเสริมก็ได้ ซึ่งจากเดิมไม่มีกุ้งมานานจนกระทั่งมีกุ้ง ประชาชนทราบว่า สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมาปล่อยในพื้นที่บริเวณนี้ และทรงรับสั่งทางกรมประมงว่าขอให้มาปล่อยอย่างนี้ทุกปี โดยเฉพาะที่ อ.บางไทร ปัจจุบัน กุ้งที่จับได้บริเวณทางเหนือขึ้นไปนครสวรรค์ ชัยนาทลงมาถึงปทุมธานี เป็นกุ้งที่กรมประมงปล่อยทั้งสิ้น ไม่ใช่กุ้งธรรมชาติที่เกิดขึ้นเอง ทำให้เรามีกุ้งก้ามกรามอยู่ในแหล่งน้ำอย่างสมบูรณ์ ในช่วงที่พระองค์ทรงแข็งแรงจะเสด็จมาประทับที่พระตำหนักสิริยาลัยบ่อยๆ เพื่อมาปล่อยพันธุ์กุ้งที่หน้าพระตำหนัก เรียกว่า “กุ้งสมเด็จ”

ขอบคุณภาพข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เดชา – สุจินดา  อุ่นขาว  รายงาน

พื้นที่สำหรับโฆษณา

Related posts