#เดย์ไทม์นิวส์ออนไลน์
อธิบดีกรมธนารักษ์ นำทีมลงพื้นที่แจกสัญญาเช่า พร้อมจัดตลาดชุมชนอย่างต่อเนื่อง สนองนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของรัฐบาล และกระทรวงการคลัง พร้อมเตรียมลุยพื้นที่ขอนแก่น 28 สิงหาคมนี้
นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อมด้วยนางสาวสุภัทรา ส่องประทีป ผู้อำนวยการกองพัฒนาธุรกิจและศักยภาพที่ราชพัสดุ และนายสมมาตร มณีหยัน ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีการสำรวจและฐานข้อมูลที่ราชพัสดุ ลงพื้นที่แจกสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุตามนโยบายเรื่องลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ด้านที่อยู่อาศัย และที่ทำกิน ภายใต้โครงการ “ธนารักษ์ประชารักษ์” พร้อมจัดตลาดชุมชน ภายใต้โครงการ “เปลี่ยนชุมชน เป็นห้องประชุม ในที่ราชพัสดุ” ตามแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (10 ส.ค.63) โดยมีนางสาวเบญจรัตน์ รัษฎามาศ ธนารักษ์พื้นที่ขอนแก่น นางสาวนรนุช เดชพิชัย ธนารักษ์พื้นที่มหาสารคาม นายอุดร สีลาพันธ์ ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ และนายสมชาย จิรัตติกานนท์ ธนารักษ์พื้นที่ร้อยเอ็ดให้การต้อนรับ

โดยอธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า การมอบสัญญาเช่าในวันนี้ เป็นการมอบสัญญาเช่าให้กับราษฎรที่อาศัยทำกินบนที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ส.มค.1289 ตำบลเกิ้ง และตำบลลาดพัฒนา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม และที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ส.มค.1290 ตำบลหนองกุง อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม ณ วัดบ้านวังไผ่ ตำบลลาดพัฒนา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากจังหวัดมหาสารคามเป็นอย่างดียิ่ง โดยวันนี้ได้รับเกียรติจากนายธัญญรัตน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม มาร่วมมอบสัญญาเช่า และร่วมเป็นสักขีพยาน
สำหรับการมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุดังกล่าว จะเป็นการให้สิทธิการเช่าเพื่ออยู่อาศัยและประกอบการเกษตร ให้แก่ราษฎรที่เข้าครอบครองที่ราชพัสดุโดยไม่ได้รับอนุญาต และอยู่ก่อนวันที่ 4 ต.ค.2546 และไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์ ซึ่งราษฎรที่มารับมอบสัญญาเช่า ต่างกล่าวขอบคุณภาครัฐที่เห็นความสำคัญในเรื่องของความเป็นอยู่และที่ดินทำกินของราษฎรมาเป็นอันดับแรก พร้อมฝากขอบคุณไปยังรัฐบาลที่เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ก่อนที่อธิบดีกรมธนารักษ์ จะเดินทางไปตรวจเยี่ยม และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่มหาสารคาม ก่อนเดินทางลงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการมอบสัญญาเช่า ณ จังหวัดขอนแก่นในวันที่ 28 สิงหาคมนี้
ทั้งนี้ อธิบดีกรมธนารักษ์ ระบุว่า การจัดให้เช่าที่ราชพัสดุในครั้งนี้ เป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิทำกิน และที่อยู่อาศัยให้แก่ราษฎร เพื่อให้ราษฎรเข้าสู่ระบบการเป็นผู้เช่ากับกรมธนารักษ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อันจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของราษฎรที่ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หากมองในเรื่องของค่าเช่า และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจแล้ว กรมธนารักษ์ได้รับค่าเช่าเพียงเล็กน้อย แต่หากมองในแง่ของเชิงสังคมแล้วถือว่าคุ้มค่ากว่าเม็ดเงินที่จะได้รับมากมายหลายเท่า และในวันที่ 13 สิงหาคม 2563 ตนเองจะเดินทางไปมอบสัญญาเช่าตามโครงการธนารักษ์ประชารัฐ พร้อมจัดตลาดชุมชน ตามโครงการ “เปลี่ยนชุมชน เป็นห้องประชุม ในที่ราชพัสดุ” ตามแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬต่อไป.
เดชา อุ่นขาว รายงาน