#เดย์ไทม์นิวส์ออนไลน์ ชมความสำเร็จ! ‘บิ๊กหยิม’ นำสื่อชมการพัฒนาที่ราชพัสดุ จากขนส่งหมอชิตเป็นขนส่ง BTS

#เดย์ไทม์นิวส์ออนไลน์

ชมความสำเร็จ! ‘บิ๊กหยิม’ นำสื่อชมการพัฒนาที่ราชพัสดุ จากขนส่งหมอชิตเป็นขนส่ง BTS

อธิบดีกรมธนารักษ์ นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ นำเสนอภาพรวมโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต แต่ปัจจุบันได้พัฒนาจนกลายเป็นอู่จอดสถานีใหญ่ของรถไฟฟ้า BTS เพื่อให้คนกรุงเดินทางสะดวกขึ้น

นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ เพื่อนำเสนอภาพรวมโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2564) หลังจากที่กรมธนารักษ์ได้เข้ามาดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นอู่จอดสถานีใหญ่ของรถไฟฟ้า BTS เพื่อใช้ในการขนส่งมวลชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

โดยนายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในปี2535 กรุงเทพมหานคร ได้ทำสัญญาสัมปทานระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร กับบริษัท ขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด หรือ BTSC โดยเงื่อนไขให้กรุงเทพมหานครต้องจัดหาที่ดินบริเวณสวนลุมพินีให้ BTSC นำมาใช้เป็นอู่จอดสถานีใหญ่ ศูนย์ควบคุม แต่กรุงเทพมหานคร ไม่สามารถจัดหาพื้นที่สำหรับเป็นคู่จอด และซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าตามสัญญาฯ ได้ เนื่องจากพื้นที่เดิมที่จัดเตรียมไว้บริเวณสวนลุมพินีมีปัญหามวลชน จึงได้ทำการศึกษาหาพื้นที่อื่นทดแทน ซึ่งผลการศึกษาปรากฏว่า พื้นที่บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุอยู่ในความครอบครองดูแลของกรมการขนส่งทางบก ในขณะนั้นใช้ประโยชน์เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสาร เป็นพื้นที่เหมาะสมที่สุด กรุงเทพมหานคร จึงได้แจ้งความประสงค์ขอใช้ประโยชน์ต่อกรมธนารักษ์ และได้มีการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และกรุงเทพมหานคร โดยมีความเห็นว่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการสมควรใช้ประโยชน์ ที่ราชพัสดุดังกล่าวร่วมกันระหว่าง กรุงเทพมหานคร กรมการขนส่งทางบก บริษัท ขนส่ง จำกัด และกรมธนารักษ์ จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงหลักการให้ใช้ที่ราชพัสดุเพื่อสร้างศูนย์ขนส่งระบบรถไฟฟ้า และรถยนต์โดยสารกรุงเทพมหานครตอนบน เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2536

ต่อมาในปี 2537 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2537 เห็นชอบให้นำที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 63 ไร่เศษ มาพัฒนาจัดหาประโยชน์ตามแนวทางที่คณะทำงานพิจารณา ดำเนินการพัฒนาที่ราชพัสดุ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาในลักษณะการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยอาคารเป็นที่ตั้งโรงจอด และซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร และสถานีขนส่งร่วมกัน โดยให้กรมการขนส่งทางบก ส่งคืนพื้นที่ให้กรมธนรักษ์มาบริหารจัดการ และมีเงื่อนไขต้องสร้างสถานีขนส่งชั่วคราวที่บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 และสถานีขนส่งถาวรในบริเวณเดิมให้ บขส. กรมธนารักษ์ จึงได้เปิดประมูลพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว โดยบริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด (BKT) เป็นผู้ชนะการประมูล ได้เสนอค่าธรรมเนียมการจัดประโยชน์ 550 ล้านบาท ก่อสร้างพื้นที่โครงการ 888,046 ตารางเมตร ประกอบด้วย อาคารสถานีขนส่ง พื้นที่ใช้สอยราชการ ซึ่งเป็นพื้นที่ชดเชย จำนวน 112,000 ตารางเมตร และอาคารสำนักงาน พื้นที่พาณิชย์ และที่จอดรถ จำนวน 776,046 ตารางเมตร

ซึ่งในปี2539 กรมธนารักษ์ จึงได้จัดทำสัญญาก่อสร้าง และบริหารโครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตกับบริษัทฯ เมื่อวัน 8 สิงหาคม 2539 แต่เนื่องจากในปี 2544 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้วินิฉัยว่า สัญญาก่อสร้าง และบริหารโครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นที่ในที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ฉบับดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีผลผูกพันในแง่สัญญาต่อกัน จึงทำให้สัญญาฉบับนี้หยุดชะงักไปชั่วคราว โดยกรมธนารักษ์ ต้องดำเนินโครงการดังกล่าวใหม่ตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535

ต่อมาในปี 2556 ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยสถานะของสัญญาว่า เมื่อยังไม่บอกเลิกสัญญา BKT และกรมธนารักษ์ ยังคงต้องปฏิบัติตามสัญญาต่อไป กรมธนารักษ์ จึงได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติเห็นชอบในหลักการแนวทางการดำเนินโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต ตามข้อเสนอของคณะกรรมการพิจารณากำหนดแนวทางการดำเนินโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถนีขนส่งหมอชิต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561 ตามนัยมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 โดยการแก้ไขสัญญาก่อสร้าง และบริหารโครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ในที่ราชพัสดุดังกล่าว ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้กระทรวงการคลัง ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วน ก่อนที่จะมีการลงนามผูกพันในสัญญาก่อสร้าง และบริหารโครงการฯ ต่อไป รวมทั้งให้รับความเห็นของหน่วยงานต่างๆ ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

ซึ่งทางกรมธนารักษ์ ได้แจ้งให้ BKT ดำเนินการออกแบบ Conceptual Design ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแล้ว ขณะนี้ BKT อยู่ระหว่างดำเนินการออกแบบ Conceptual Design และในปี 2562 ได้มีการประชุมหารือเพื่อแก้ปัญหา และขับคลื่อนโครงการดังกล่าว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมธนารักษ์ กรุงเทพมหานคร สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และ BKT เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งในการประชุมได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับรูปแบบทางยกระดับเข้าสู่โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต การจัดทำรายงานกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับที่ราชพัสดุบริเวณที่กรมธนารักษ์ อนุญาตให้กรุงเทพมหานครใช้ประโยชน์ชั่วคราวเพื่อเป็นที่จอดรถ ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีการยื่นคัดค้านการย้ายสถานีขนส่งหมอชิต2 บนถนนกำแพงเพชร2 กลับมาที่สถานีขนส่งหมอชิตเก่า บนถนนพหลโยธิน และคัดค้านการเวนคืนที่ดินบริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2563 กรุงเทพมหานคร ได้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2563 เพื่อเวนคืนที่ดินสำหรับสร้าง และขยายทางยกระดับเชื่อมระหว่างอาคารอู่จอด และซ่อมบำรุงรถไฟฟ้ากับถนนวิภาวดีรังสิต ระยะเวลาใช้บังคับมีกำหนด 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2563 ถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2567 และเมื่อเร็วๆ นี้ กรมธนารักษ์ ต้องจัดประชุมหารือร่วมกับกรมการขนส่งทางบก บริษัท ขนส่ง
จำกัด (บขส.) และ BKT เพื่อให้ได้ข้อยุติร่วมกันเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ชดเชยในโครงการฯ และความจำเป็นในการก่อสร้างทางยกระดับสำหรับเข้า – ออก โครงการฯ กับถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งในที่ประชุมมีมติมอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก และ บขส. พิจารณารูปแบบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ชดเชย 100,000 ตารางเมตร เพื่อเป็นสถานีขนส่งผู้โดยสาร ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เมื่อได้ข้อยุติแล้วให้กรมธนารักษ์ จัดประชุมหารือร่วมกันระหว่าง กรมธนารักษ์ กรมการขนส่ง
ทางบก บขส. สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และกรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาเรื่องการใช้ประโยชน์พื้นที่ชดเชยเพื่อเป็นสถานีขนส่งผู้โดยสาร และความจำเป็นในการก่อสร้างทางยกระดับสำหรับเข้า – ออก โครงการฯ กับถนนวิภาวดีรังสิต ภายในต้นเดือนมีนาคม นี้

#กฤษติน นิลมานนท์
สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.56ปี)

เดชา  อุ่นขาว  ข่าว”เดย์ไทม์นิวส์ออนไลน์”รายงาน

Related posts